วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โรงโม่หิน


หินชั้นที่พบในจังหวัดนราธิวาส ได้แก่หินชุดกาญจนบุรี ซึ่งมีอายุประมาณยุค devonlan ถึง silurian หินเหล่านี้ได้แก่ หินดินดาน หินทราย และหินดินดานปนทราย ซึ่งในบางทีได้ถูกแปรไปเป็น หินฟิลไลท์ หินอายิลไลท์ และหินสเลท บางแห่งมีพวกหินปูนสลับอยู่ นอกจากนี้ยังมีหินชุดราชบุรี ซึ่งเป็นหินปูน ในยุค carboniferous ถึงยุค permian หินอัคนีพบอยู่สามชนิด ได้แก่ แกรนิต หินเปนติไนท์เพอริโดไตท์ และหินแอนดีไธท์


เราศึกษา จังหวัดนราธิวาส จากแผนที่ธรณีวิทยา มีการทำโรงโม่หินแกรนิต บริเวณอำเภอตากใบ หินในบริเวณนั้นเป็นสีขาวปนดำ มีแหล่งหินเขาบ้านค่าย และแหล่งหินเขาสะปียอ ตำแหน่งในการตั้งโรงโม่มีระยะห่างไม่ไกลมากนักจาก ทางหลวงหมายเลข 4084 การเดินทางสะดวก

แต่ปัญหานั้นมีอยู่มาก จากเหตุสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้น รวมทั้งวัสดุก่อสร้างต่างๆ ก็มีการปรับราคาสูงขึ้นด้วยนั้น ถ้าเราจะสร้างโรงโม่กินนั้นคงจะลำบาก และไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะว่า โรงโม่หิน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับสัมปทานถูกทางการควบคุมการระเบิดหินและบางแห่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขอต่อสัมปทานทำให้หินที่ใช้ก่อสร้างขาดแคลนอย่างหนัก ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด การระเบิดหินแต่ละครั้ง

ขั้นตอนในการขออนุญาตระเบิดหินจะต้องมีการทำหนังสือประมาณการจำนวนระเบิดที่จะใช้ระเบิดหิน ส่งไปให้ทางอำเภอพิจารณา ซึ่งเมื่อได้รับหนังสือแล้วทางอำเภอจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอนุมัติการขออนุญาตเมื่อเห็นว่าสมควรอนุมัติทางอำเภอก็จะส่งหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดรอให้จังหวัดอนุมัติ หลังจากนั้นก็จะส่งหนังสือกลับมาที่อำเภออีกครั้ง เมื่ออำเภอได้รับหนังสืออนุมัติแล้วก็จะแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ ประกอบด้วย ตชด. ตำรวจภูธรในพื้นที่ ทหารหน่วยเฉพาะกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายระเบิดรับทราบ กว่าจะได้ระเบิดหินก็จะกินเวลาไปไม่ต่ำกว่า 3 อาทิตย์
ส่วนหินที่ใช้ในการก่อสร้างก็ขาดตลาดเพราะรัฐควบคุมการใช้ระเบิดในโรงโม่ ทำให้หินมีราคาแพงขึ้นถึงคิวละ 300 บาท เพราะตอนนี้โรงโม่หินใน จ.นราธิวาส ระเบิดหินได้แค่เดือนละครั้งเท่านั้น
และอีกปัญหาที่พบคือ คนงานไม่กล้าเข้าไปทำงานในไซน์งานที่อยู่ในพื้นที่ชนบทเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากผู้ก่อความไม่สงบ
สรุป ถึงว่าจะมีหินแกรนิตจำนวนมาก แต่ปัญหาในการก่อสร้างในการลงทุน และปัญหาในการระเบิดหินค่อนข้างลำบาก และยังมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จึงทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนก่อสร้างโรงโม่หิน

สถาปนิกที่ชื่นชอบ

ศาสตราจารย์ พลเรือตรี สมภพ ภิรมย์ (26 กรกฎาคม 2459 -3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ) สถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมไทย ปูชนียบุคคลผู้อนุรักษ์มรดกด้านสถาปัตยกรรมไทย ปูชนียบุคคลด้านสถาปัตยกรรมไทย ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ประจำปี 2529 และราชบัณฑิตสำนักศิลปกรรม ประเภทสถาปัตยศิลป์ อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยศรีปทุม อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม เป็นผู้มีผลงานทางด้านสถาปัตยกรรม และผลงานวิชาการงานเขียนมากมาย ผลงานชิ้นสำคัญ ได้แก่ “กุฎาคาร” “พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุ สมัยรัตนโกสินทร์” และ “บ้านไทยภาคกลาง” โดยมักจะใช้คำนำหน้าหนังสือหรือบทความว่า “ปกิณกคดีหมายเลข 13”
ศาสตราจารย์ พลเรือตรี สมภพ ภิรมย์ เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 เป็นบุตรชาย นาวาโทหลวงบรรเจิดเรขกรรม (ชม ภิรมย์) และนางใหญ่ ภิรมย์ สำเร็จการศึกษา สถาปัตยกรรมศาสตร์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทุนกองทัพเรือ ผ่านการรับราชการที่ กองทัพเรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด ก่อนเข้าเป็น ข้าราชการพลเรือนในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย และกระทรวงศึกษาธิการ กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง อธิบดีกรมศิลปากร หลังเกษียณอายุราชการแล้วหลายปี ศ.พล.ร.ต.สมภพ ในวัย 77 ปียังรับตำแหน่งเป็น คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อยู่ถึง 4 ปีอีกด้วย
ตลอดชีวิตการทำงาน ศ.พล.ร.ต.สมภพ ได้สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมาย , ทั้งในวิชาชีพสถาปัตยกรรมศาสตร์และผลงานด้านวรรณกรรรม , ประวัติศาสตร์ , ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม จนได้รับตำแหน่งและรางวัลเกียรติยศต่างๆ เช่น ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และราชบัณฑิต
ศ.พล.ร.ต.สมภพ ภิรมย์ สมรสกับ นางจุนเจือ ภิรมย์ (สกุลเดิม "มุสิกะภุมมะ") มีบุตรชายคือ นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ศ.พล.ร.ต.สมภพ ภิรมย์ ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 สิริอายุได้ 92 ปี ภายหลังจากนางจุนเจือ ภิรมย์ ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2550 สิริอายุได้ 92 ปี
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ พลเรือตรี สมภพ ภิรมย์ และนางจุนเจือ ภิรมย์ ณ เมรุ วัดมกุฎกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ผลงาน
ด้านสถาปัตยกรรม
อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ
วังรื่นฤดี ของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
โรงเรียนเตรียมทหาร

CEN370 Engineering Geology

Engineering geologic studies may be performed:
for residential, commercial and industrial developments;
for governmental and military installations;
for public works such as a power plant, wind turbine, transmission line, sewage treatment plant, water treatment plant, pipeline (aqueduct, sewer, outfall), tunnel, trenchless construction, canal, dam, reservoir, building, railroad, transit, highway, bridge, seismic retrofit, airport and park;
for mine and quarry excavations, mine tailing dam, mine reclamation and mine tunneling;
for wetland and habitat restoration programs;
for coastal engineering, sand replenishment, bluff or sea cliff stability, harbor, pier and waterfront development;
for offshore outfall, drilling platform and sub-sea pipeline, sub-sea cable; and
for other types of facilities.

Reference
http://en.wikipedia.org/wiki/Engineering_geology

LandMark

ภูเขาหิมะมังกรหยก เป็นเทือกเขาขนาดเล็กที่อยู่ใกล้กับเมืองลี่เจียง ในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ยอดเขาที่สูงที่สุดมีชื่อว่า ซานจือโต่ว (Shanzidou) ทิวทัศน์ของเทือกเขาที่มองจากสวนที่สระมังกรดำในเมืองลี่เจียงนั้น กล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของจีนสวยมากกกกก

หินที่สนใจ: หินแกรนิต



แกรนิต” (อังกฤษ: granite) (ออกเสียง: /ˈɡrænɪt/) เป็นหินอัคนีแทรกซอน สีจางพบได้ทั่วไปเป็นปรกติ แกรนิตมีเนื้อขนาดปานกลางถึงเนื้อหยาบ บางครั้งจะพบผลึกเดี่ยวๆบางชนิดที่มีขนาดใหญ่กว่ามวลเนื้อพื้น (groundmass) เกิดเป็นหินที่รู้จักกันในนามของพอร์พายรี (porphyry) แกรนิตอาจมีสีชมพูจนถึงสีเทาเข้มหรือแม้แต่สีดำขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีและองค์ประกอบทางแร่ หินโผล่ของหินแกรนิตมีแนวโน้มจะเกิดเป็นมวลหินโผล่ขึ้นมาเป็นผิวโค้งมน บางทีหินแกรนิตก็เกิดเป็นหลุมยุบรูปวงกลมที่รายล้อมไปด้วยแนวเทือกเขาเกิดเป็นแนวการแปรสภาพแบบสัมผัสหรือฮอร์นเฟลส์
แกรนิตมีเนื้อแน่นเสมอ (ปราศจากโครงสร้างภายใน) แข็ง แรงทนทาน ดังนั้นจึงถูกนำไปใช้เป็นหินก่อสร้างกันอย่างกว้างขวาง ค่าความหนาแน่นเฉลี่ยของหินแกรนิตคือ 2.75 กรัม/ซม3 และค่าความหนืดที่อุณหภูมิและความกดดันมาตรฐานคือ ~4.5 • 1019 Pa•s.[1]
หินแกรนิตถูกจำแนกแยกย่อยไปตามไดอะแกรม QAPF สำหรับหินอัคนีแทรกซอนเนื้อหยาบ (granitoids) และตั้งชื่อตามเปอร์เซนต์ของควอตซ์ แอลคาไลน์เฟลด์สปาร์ (ออร์โธเคลส, ซานิดีน, หรือ ไมโครไคลน์) และแพลจิโอเคลสเฟลสปาร์ บนส่วนของ A-Q-P ในไดอะแกรมดังกล่าว
หินอัคนีที่แท้จริงตามข้อกำหนดทางศิลาวิทยาสมัยใหม่ประกอบด้วยทั้งแพลจิโอเคลสและแอลคาไลน์เฟลด์สปาร์ เมื่อแกรนิตอยด์ไม่มีแพลจิโอเคลสหรือมีน้อยก็จะเรียกหินนั้นว่า “แอลคาไลน์แกรนิต” เมื่อแกรนิตอยด์มีออร์โธเคลส 10% ก็จะเรียกว่า “โทนาไลต์” (ไพร็อกซีนและแอมฟิโบลพบได้ทั่วไปในโทนาไลต์) แกรนิตที่ประกอบด้วยทั้งมัสโคไวต์และไบโอไทต์ไมก้าก็จะเรียกว่าไบนารีแกรนิตหรือทูไมก้าแกรนิต (two-mica granite) ทูไมก้าแกรนิตโดยทั่วไปจะมีโปแตสเซียมสูงและมีแพลจิโอเคลสต่ำและปรกติจะเป็นแกรนิต S-type หรือ แกรนิต A-type หินภูเขาไฟที่มีองค์ประกอบเทียบเท่ากันกับหินแกรนิตคือไรโอไรต์ หินแกรนิตมีคุณสมบัติให้ซึมผ่านปฐมภูมิได้ต่ำแต่มีการซึมผ่านทุติยภูมิได้สูง
[แก้] องค์ประกอบทางเคมี
ค่าเฉลี่ยทั่วโลกของสัดส่วนเฉลี่ยขององค์ประกอบทางเคมีที่ต่างกันในหินแกรนิตจากมากไปน้อยโดยเปอร์เซนต์น้ำหนักคือ[2]
SiO2 — 72.04%
Al2O3 — 14.42%
K2O — 4.12%
Na2O — 3.69%
CaO — 1.82%
FeO — 1.68%
Fe2O3 — 1.22%
MgO — 0.71%
TiO2 — 0.30%
P2O5 — 0.12%
MnO — 0.05%
ประโยชน์
1.เป็นหินประดับอาคารสถานที่ต่างๆ
2.ใช้ในการก่อสร้าง เช่น ทำพื้น ทำหลังคา ในสมัยโบราณใช้ทำกระดานชนวน
3.เป็นหินที่ความทนทานสูง จึงนิยมในการก่อสร้าง เช่น ทำพื้น ทำหลังคา นอกจากนี้หินแกรนิตมีเนื้อแข็งจึงนิยมทำครก
Reference
th.wikipedia.org/wiki/หินแกรนิต

หลุมเจาะ

จ.นราธิวาส อ.ตากใบ ต.เกาะสะท้อน
2 โครงการ 9 หลุม
เป็นโครงการเพื่อการออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโกลก บริเวณบ้านศรีพงัน ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 3 หลุม
เป็นโครงการเพื่อการออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโกลก บริเวณบ้านศรีพงัน ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 6 หลุม

รูปแผนที่ นราธิวาส อ.ตากใบ ต.เกาะสะท้อน

http://maps.google.co.th/maps/mpl?ie=UTF8&moduleurl=http:%2F%2Fmaps.google.co.th%2Fhelp%2Fmaps%2Flocal_search%2Fmapplet.html&ll=6.174006,102.021103&spn=0.302419,0.615921&z=11

รูปแผนที่โครงการ


ตารางข้อมูลของหลุมเจาะ

Reference
http://www.dpt.go.th/soil

Taylor's Chart

SLOPE STABILITY ANALYSIS FOR OPEN PITSJosé L. Carvalho Golder Associates Ltd., Mississauga, CANADA1.0 INTRODUCTIONIn the process of wall design for open pits, a number of steps and levels of analyses are required, fromlocal bench design to overall stability of the walls, to evaluation of the design performance andcalibration of parameters through back-analysis. This process requires the use of a variety of methodsof analysis and software ranging from limit equilibrium methods to more involved numerical analysessuch as distinct elements, which can capture detailed geology and handle mixed failure modes. It isthe aim of this article to present the common methods used in the design and analysis of the differentcomponents of the open pit wall design process.It should be understood that before one gets to the design and analysis stage a considerable amount offield work must already have taken place to provide the necessary data. This data gathering andinterpretation process is extremely important and its quality and thoroughness is usually responsiblefor the success of the design. Some of the more important aspects of this preliminary work are asfollows.• Regional geology, regional faulting and emplacement of the ore are important factors andusually define the different lithological and structural domains in the pit.• Hydrogeology and understanding of the groundwater flow regime impact overall stability.• Structural mapping of the different domains and rock types control both bench design andoverall stability. This includes both joint sets as well as major features such as dykes, faults,contacts, etc.• Identification of alteration zones within the pit is important. Alteration affects rock strength,therefore, different alterations within the same rock type should be grouped separately.• Laboratory testing of the different rock types with the results grouped by alteration for eachrock type.

เพิ่มเติม http://www.rocscience.com/library/rocnews/april2002/GolderArticle.pdf

ทำไมต้องเรียนรู้เรื่อง Taylor's Chart
ตอบ เพราะจะได้รู้วิธีการหา SLOPE STABILITY และดูค่าของคุณนะสมบัติ ที่ได้จากหลุมเจาะ นั้นได้